Published on 7 พฤศจิกายน 2025 , 5:28 pm

ถอดรหัสกลุ่ม ‘Blue Zone’ เคล็ดลับ 100 ปี ชีวิตยืนยาว ประเทศไทยพร้อมตั้งเป้าเป็น Blue Zone แห่งที่ 6 ของโลก

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและอายุยืนยาวนับเป็นความปรารถนาของทุกคน แต่รู้หรือไม่ว่ามีบางพื้นที่บนโลกนี้ที่ประชากรส่วนใหญ่มีอายุยืนยาวถึง 90-100 ปี และมีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ พื้นที่เหล่านี้ได้รับการขนานนามว่า “Blue Zones” ซึ่งประกอบด้วย 5 เมืองจาก 4 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ โอกินาวา(ญี่ปุ่น) ซาร์ดิเนีย(อิตาลี) โลมา ลินดา(สหรัฐอเมริกา) นิคอยา(คอสตาริกา) และอิคาเรีย(กรีซ)

โอกินาวา หมู่เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นดินแดนแห่งความสงบและชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ประชาชนมีวิถีชุมชนที่เข้มแข็งและช่วยเหลือกันอยู่เสมอ พวกเขามีนิสัยการขยับร่างกายด้วยการทำสวนผักหรือสมุนไพรเป็นประจำ อาหารหลักคือพืชผักต่างๆ เช่น เต้าหู้ ซุปมิโสะ ผัดมะระ โดยมีแนวคิดในการรับประทานคือกินเพียง 80% ของความอิ่มเพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารทำงานหนักเกินไป

ซาร์ดิเนีย เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของอิตาลี เป็นแหล่งที่พบผู้สูงวัยที่มีอายุยืนยาวและสุขภาพดีเป็นจำนวนมาก ชาวซาร์ดิเนียมักเดินทางไปยังที่ต่างๆ ด้วยการเดินมากกว่าการขับขี่ รับประทานชีสจากนมแกะและนมแพะ ผัก ผลไม้ และปริมาณเนื้อสัตว์น้อย อีกทั้งยังดื่มไวน์แดงเล็กน้อยในระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งช่วยลดความเครียด พวกเขาให้ความสำคัญกับครอบครัว ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เพื่อได้ขยับร่างกาย

โลมา ลินดา เมืองเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกานับเป็นพื้นที่ Blue Zone เพียงแห่งเดียวในประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเซเวนธ์เดย์แอดเวนตีสต์ที่มีหลักปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง แต่บริโภคอาหารมังสวิรัติจากธัญพืชเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดทานอาหารมื้อเช้าและกลางวันมากกว่ามื้อเย็น เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกินในช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำกิจกรรม อีกทั้งยังเลือกเดินทางด้วยการเดินเพื่อออกกำลังกาย ชุมชนในพื้นที่นี้มีความเข้มแข็งและมีกิจกรรมร่วมกันอยู่เสมอ

นิคอยา ประเทศคอสตาริกา เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ประชากรมีอายุยืนยาวและแข็งแรง โดยมีรากฐานมาจากแนวคิด “Plan de vida” หรือเหตุผลในการมีชีวิต ซึ่งทำให้ผู้สูงวัยในเมืองนี้มีการใช้ชีวิตที่แอคทีฟอยู่เสมอ น้ำดื่มในพื้นที่มีปริมาณแคลเซียมสูงซึ่งช่วยในเรื่องของกระดูก อาหารหลักของชาวนิคอยาคือ “ผักสามพี่น้อง” ได้แก่ สควอช ข้าวโพด และถั่ว พร้อมหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป

สุดท้ายคืออิคาเรีย หมู่เกาะในประเทศกรีซ ที่ประชาชนมีวิถีชีวิตคล้ายคลึงกับซาร์ดิเนียในเรื่องการรับประทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน คือรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช มันฝรั่ง น้ำมันมะกอก แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการนอนกลางวัน และดื่มชาสมุนไพรท้องถิ่นที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยขับปัสสาวะ

แม้ประเทศและวัฒนธรรมของทั้ง 5 เมืองใน Blue Zones จะแตกต่างกัน แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาวและสุขภาพดีนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ได้แก่

  1. การมีกิจวัตรประจำวันที่ทำให้ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ทำสวน หรืองานบ้านเล็กๆ น้อยๆ
  2. รับประทานอาหารจากธรรมชาติ โดยเน้นพืชผักเป็นหลัก เนื้อสัตว์เป็นส่วนเสริม พร้อมควบคุมปริมาณในแต่ละมื้อให้พอเหมาะ
  3. มีวิถีชุมชนและครอบครัวที่เข้มแข็ง ซึ่งช่วยลดความเครียดและเพิ่มกำลังใจในการดำเนินชีวิต
  4. ยึดมั่นในหลักความเชื่อหรือศาสนา ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้มีวินัยในการดูแลสุขภาพ
  5. ดื่มเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ เช่น ไวน์แดง นม หรือชาสมุนไพร แต่ในปริมาณที่พอเหมาะ

ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงพันธุกรรมหรือการรักษาทางการแพทย์เท่านั้น หากแต่ยังขึ้นอยู่กับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วย ซึ่งเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับทุกคนที่ปรารถนาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุ

Blue Zone: ก้าวสู่ประเทศไทยอายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิต

ในยุคที่โลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากร การสร้าง “Blue Zone” หรือพื้นที่ที่มีประชากรอายุยืนยาวและมีสุขภาพดี ได้กลายเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทย

ดร.ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้อำนวยการสถาบันการสร้างชาติ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “Blue Zone แห่งที่ 6 ของโลก” โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีอายุยืนยาว แข็งแรง และมีความสุข

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาดูงานในเกาะซาร์ดิเนีย ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 Blue Zone ของโลกในปัจจุบัน รวมถึงโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น อิคาเรีย ประเทศกรีซ นิกอยา คอสตาริกา และชุมชนเซเว่นเดย์แอดแวนติสต์ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

การศึกษาชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่เหล่านี้ พบปัจจัยร่วมหลายประการที่ส่งผลต่ออายุยืนยาว ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีพืชเป็นองค์ประกอบหลัก การออกกำลังกายเป็นปกติในชีวิตประจำวัน การมีกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด การมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูง รวมถึงการมีจุดมุ่งหมายในชีวิต นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยระดับลึกในเชิงพันธุกรรม ชีวเคมี โมเลกุลเซลล์ และจุลินทรีย์ลำไส้ ตลอดจนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ อากาศ ที่มีผลต่อสุขภาพและอายุยืนยาว

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีข้อมูลประชากรที่น่าเชื่อถือ แต่อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดอยู่ที่ 77.7 ปี ซึ่งจัดอยู่อันดับที่ 47 ของโลก อย่างไรก็ตาม หลายประเทศที่เป็น Blue Zone ก็ไม่ได้มีอายุคาดเฉลี่ยสูงสุดของโลก จึงเป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะพัฒนาตนเองสู่ Blue Zone ได้

โดยมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งสภาพอากาศที่ไม่รุนแรงสุดขั้ว แหล่งอาหารที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ระบบสาธารณสุขและบริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้ง่าย รวมถึงวัฒนธรรมการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว และการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางที่มีความรู้และฐานะที่ดี

ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีอุปสรรคบางประการ เช่น ขาดความรู้และความตระหนักในการดูแลสุขภาพ การใช้สารเคมีในการเกษตรเกินขนาด ขาดบริบทที่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ปัญหาการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ยาเสพติด มลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อม ปัญหาสุขภาพจิต ความเครียด ความเหงา และขาดเป้าหมายในชีวิต

เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ Blue Zone แห่งที่ 6 จำเป็นต้องดำเนินการแบบครอบคลุมและบูรณาการ ตั้งแต่การสร้างความรู้ความเข้าใจในระดับพันธุกรรมและเซลล์ การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพ การสร้างแรงจูงใจและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เหมาะสม รวมถึงการพัฒนาปัจจัยเกื้อหนุนด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และระบบสาธารณสุข

โดยการริเริ่มจะเลือกบางพื้นที่หรือบางชุมชนเป็นพื้นที่นำร่อง หรือ “Thailand’s Blue Zone” กำหนดเป้าหมายและดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน พร้อมทั้งศึกษาและพัฒนาแนวทางการส่งเสริมอายุยืนยาวอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ดังกล่าว

การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบจะเริ่มจากการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสถานะและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนยาวและสุขภาพดีของประชากร เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์และเลือกพื้นที่อย่างแม่นยำ

หลังจากนั้น จะมีการพัฒนาความรู้และทักษะการดำรงชีวิตแบบ “โมเดล 12อ สุขสภาพชีวิต” ซึ่งประกอบด้วยหลักการ อาหาร น้ำ อากาศบริสุทธิ์ การออกกำลังกาย สุขอนามัย อารมณ์ การสัมผัสและความรักใคร่ผูกพัน กิจกรรมสร้างความสุข การนอนหลับ การมีสัมพันธภาพที่ดี รวมถึงวิถีชีวิตแบบอารยะ

ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัจจัยสนับสนุนในระดับกว้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม ระบบสุขภาพ สังคมและชุมชน ตลอดจนการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว

นับเป็นความท้าทายที่สำคัญของประเทศในการรวมพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Blue Zone นี้ให้เป็นจริงได้สำเร็จ แต่หากประสบความสำเร็จ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น “เมืองแห่งสุขภาพและอายุยืน” ดึงดูดนักท่องเที่ยว แรงงาน และการลงทุนจากทั่วโลก นำมาซึ่งประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนยาว และมีความสุขอย่างยั่งยืน
Source:  bluezones.com, cioworldbusiness.com

Comment :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Related Art & Culture